แมวกวัก – Maneki Neko

แมวกวัก (ญี่ปุ่น: 招き猫 maneki-neko) เป็นรูปปั้นแมวตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่าจะนำโชค นำลาภ สำหรับร้านค้าก็จะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านเช่นเดียวกับนางกวักของไทย หน้าตาของแมวกวักคล้ายคลึงกับแมวพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่ไม่มีหางที่เรียกว่า เชอแปนิสบ๊อบเทล (Japanese Bobtail)

ตำนานของแมวกวักมีหลายเรื่อง เรื่องที่ขึ้นชื่อ คือ เรื่องที่เล่ากันว่าเกิดขึ้นในยุคเอะโดะ มีหญิงชราคนหนึ่ง ยากจนมาก แต่นางมีแมวเลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งและรักแมวมาก มีกินก็กินร่วมกับแมว อดก็อดพร้อมกับแมว จนในที่สุดก็ไม่สามารถเลี้ยงไหว จึงนำไปปล่อย คืนนั้นเอง นางก็นอนเสียใจร้องไห้ทั้งคืน กระทั่งฝันว่าแมว มาบอกกับนางว่า ให้ปั้นรูปแมวจากดินเหนียวแล้วนางจะโชคดี เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงชราจึงตื่นขึ้นมาปั้นแมวจากดินเหนียว ไม่ทันไรก็มีคนแปลกหน้าเดินผ่านหน้าบ้านขอซื้อตุ๊กตาแมวตัวนั้นจากนางไป จากนั้นนางก็เพียรปั้นแมวขึ้นมาอีกตัวแล้วตัวเล่า ตุ๊กตาแมวจากการปั้นของนางก็มีผู้มาขอซื้อไปตลอดเวลา นางจึงเริ่มมีเงินทองจากการขายตุ๊กตาแมว และสามารถนำแมวเลี้ยงสุดที่รักของนางกลับมาเลี้ยงได้อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่นั้นมา จึงเป็นที่ร่ำลือว่า แมวเป็นสัตว์นำโชค และมีการปั้นและวางแมวกวักไว้ตามที่ต่าง ๆ

ปัจจุบัน ในประเทศญี่ปุ่นหรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็ตาม สามารถพบเห็แมวกวักอยู่ทั่วไป มีหลากหลายขนาดและสีสัน บางส่วนก็ทำกลไกให้มือซ้ายสามารถขยับในลักษณะกวักเข้าหาตัวได้ด้วย ในขณะที่มืออีกข้างนึงก็ถือเหรียญไว้ เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าแมวที่เลี้ยงไว้ยกขาหน้าขึ้นเสมอหูข้างซ้ายแล้ว จะมีคนมาหา ถ้าเป็นร้านค้าก็จะมีลูกค้าเข้าร้าน

ตำนานมาเนกิ เนะโกะ

ตำนานหญิงชรา

เรื่องของคุณยายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่เลี้ยงแมวน้อยเอาไว้เป็นเพื่อน แต่ด้วยฐานะยากจน เธอจึงอดมื้อกินมื้อร่วมกับแมวมาตลอด สุดท้ายคุณยายจำใจต้องเอาแมวตัวนั้นไปปล่อย เพราะไม่สามารถหาอาหารมาเลี้ยงดูมันได้อีกต่อไปแล้ว คุณยายเสียใจมาก และเผลอหลับไป และแล้วคุณยายก็ฝันถึงแมวน้อยตัวนั้น ที่มาบอกคุณยายว่า หากอยากโชคดีให้ลองปั้นตุ๊กตาแมวขึ้นจากดินเหนียวดูสักครั้ง           คุณยายตัดสินใจลองปั้นตุ๊กตาแมวจากดินเหนียวดู โดยยกมือข้างหนึ่งของแมวขึ้นคล้ายกับการกวักเรียกโชคลาภ ต่อมามีคนแปลกหน้าเห็นตุ๊กตาแมวกวักของคุณยาย จึงขอซื้อไป ทำให้คุณยายได้เงินมาประทังชีวิต จากนั้นคุณยายจึงปั้นตุ๊กตาแมวกวักขายอยู่เรื่อย ๆ จนมีเงินพอไปรับแมวตัวเดิมกลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง ทำให้เกิดเสียงร่ำลือว่าตุ๊กตาแมวกวักนี้ เป็นตุ๊กตานำโชค และกลายเป็นตำนานในที่สุด

ทามะ เจ้าแมววัด

เล่ากันว่าในสมัยเอโดะ ช่วงศตวรรษที่ 17 ณ วัดเก่าๆ ทรุดโทรมแห่งหนึ่งทางตะวันตกของโตเกียว มีนักบวชรูปหนึ่งอาศัยอยู่ นักบวชรูปนั้นมีแมวที่เลี้ยงไว้ชื่อว่าทามะ ทั้งนายและแมวสนิทสนมกันมากจนทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้โดยสัญชาตญาณ นักบวชมักจะพูดกับเจ้าแมวหลายต่อหลายครั้งว่า “ทามะเอ๊ย ข้าเลี้ยงเจ้า ให้ข้าวเจ้ากิน ทั้งๆ ที่ข้าก็ยากแค้น เจ้าจะไม่ทำอะไรเพื่อวัดนี้สักหน่อยหรือ”

วันหนึ่ง โชกุนฮิโกเนะติดพายุฝนระหว่างที่กลับจากการล่าสัตว์ และได้เข้าไปหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าวัด เมื่อมองไปที่ประตูวัด เขาสังเกตเห็นแมวตัวหนึ่งกำลังเรียกเขาให้เข้าไปในวัด แมวตัวนั้นยกอุ้งเท้าขึ้นโบกอยู่อย่างนั้นจนน่าแปลกใจ โชกุนจึงออกจากที่กำบังใต้ต้นไม้ และวิ่งไปหาแมวตัวนั้น และเกือบจะในทันที ต้นไม้ต้นที่เขาหลบฝนอยู่ก่อนหน้านี้ก็ถูกฟ้าผ่าลงมา โชกุนจึงเข้าใจว่าแมวตัวนี้ได้ช่วยชีวิตเขาไว้นั่นเอง ด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณ เขาจึงเป็นผู้อุปถัมภ์วัดแห่งนั้น และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวัดก็เจริญรุ่งเรือง เมื่อเจ้าทามะตาย มันก็ถูกนำไปฝังไว้ในที่ดินบริเวณวัด และเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าทามะ จึงได้มีการสร้างมาเนกิ เนะโกะ ขึ้นมา


แมวผู้ช่วยชีวิตหญิงคณิกา

ตำนานหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 เล่าถึงเรื่องที่แมวตัวหนึ่งช่วยชีวิตอุซุกาโม นางคณิกาผู้โด่งดังไว้ได้อย่างกล้าหาญ นางเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นผู้รักแมว และมีแมวของนางอยู่ข้างกายตลอดเวลา คืนหนึ่งขณะที่นางกำลังจะไปห้องสุขา แมวของนางได้เข้ามายื้อชายเสื้อของนางไว้อย่างแรง แม้ว่านางพยายามจะไล่มันไปเท่าใด เจ้าแมวก็ไม่ยอมเลิกก่อกวน ด้วยความตกใจกลัวอาการดื้อรั้นของแมวตัวนี้ อุซุกาโมร้องให้คนช่วย เจ้าของบ้านรีบรุดเข้ามาหานาง และฟาดดาบซามูไรของเขาลงไปตัดหัวแมวตัวนั้น หัวของแมวลอยขึ้นไปยังเพดานห้องน้ำ กัดและฆ่างูใหญ่ที่ซ่อนอยู่ข้างบนนั้น ซึ่งพร้อมที่จะทำร้ายอุซุกาโมที่อยู่ข้างล่าง อุซุกาโมรู้สึกละอายใจและเสียใจต่อการตายของแมวของนาง ซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิด เพื่อเป็นการปลอบขวัญนาง เจ้าของบ้านได้มอบรูปแมวแกะสลักจากไม้หอมให้แก่นาง หลายคนเชื่อว่ารูปสัญลักษณ์ของแมวผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้คือต้นกำเนิดของ มาเนกิ เนะโกะ

รูปปั้นแมวแห่งอิมาโดะ

ในศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งถึงสมัยเอโดะตอนปลาย หญิงชราผู้หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในอิมาโดะเลี้ยงแมวเอาไว้ตัวหนึ่ง นางยากจนข้นแค้นมากจนวันหนึ่งนางได้พูดกับแมวของนางว่า “ฉันเสียใจที่ต้องทิ้งเจ้า ฉันไม่มีปัญหาเลี้ยงเจ้าอีกแล้ว” คืนนั้นเอง แมวได้ปรากฏขึ้นมาในความฝันของนาง และพูดกับนางว่า “พรุ่งนี้ให้ไปขุดดินเหนียวขึ้นมา และปั้นเป็นรูปของฉัน มันจะนำโชคดีมาให้ท่านอย่างแน่นอน” หญิงชราตื่นขึ้นและทำตามที่นางฝัน ปั้นรูปแมวจากดินเหนียว และพบว่าแมวปั้นตัวนั้นสามารถดึงดูดลูกค้าได้มากมาย ยิ่งหญิงชราปั้นรูปปั้นแมวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีลูกค้าเข้ามาขอซื้อมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ขัดสนเงินทองอีกต่อไป รูปปั้นดินเหนียวของแมวตัวนี้ช่วยปลดเปลื้องความยากจนของนาง ผู้คนมากมายเชื่อว่าตำนานดังกล่าวคือต้นกำเนิดที่แท้จริงของ มาเนกิ เนะโกะ
หากคุณได้ไปพูดคุยกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้ ผู้เชื่อในอานุภาพของแมวนำโชคของพวกเขาแล้วละก็ น้อยคนนักที่จะสามารถยืนยันได้จริงๆ ว่า มาเนกิ เนะโกะ เริ่มเป็นที่นิยมในสมัยศตวรรษที่ 19 อันเป็นสมัยที่ญี่ปุ่นถูกปกครองโดยชนชั้นซามูไร เมื่อยุคครองอำนาจของซามูไรสิ้นสุดลงและญี่ปุ่นสมัยใหม่เริ่มต้นขึ้นในยุคเมจิ ประมาณปี 1870 มาเนกิ เนะโกะ ก็เริ่มปรากฏอยู่ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ฉบับแล้วฉบับเล่า

ตำนานแมวเช็ดหน้า

เป็น ตำนานที่มาจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ที่ว่า หากแมวยกแขนขึ้นมาคลอเคลียที่ใบหน้า แปลว่าจะมีแขกมาหา ดังนั้นจึงเกิดการสร้างตุ๊กตาปั้น รูปแมวกวักขึ้น โดยยกแขนข้างหนึ่งเอาไว้ให้เหมือนเป็นการคลอเคลียที่ใบหน้า เพื่อหวังให้มีแขกมาหาตามความเชื่อ ซึ่งแขกในที่นี้หมายถึง ลูกค้าที่จะเข้าร้านมาซื้อของนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ ชื่อเรียก มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko) จึงมีความหมายตรงตัว ว่า แมวกวัก หรือแมวนำโชค เป็นชื่อที่เป็นสิริมงคล ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

ความเป็นที่นิยมชมชอบของมาเนกิ เนะโกะ

ความเป็นที่ชื่นชอบของ มาเนกิ เนะโกะ บางส่วนเป็นเพราะพ่อค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักถือเรื่องโชคลาง จวบจนกระทั่งทุกวันนี้ นักธุรกิจและพ่อค้าเหล่านี้มักจะมีเครื่องรางแมวนำโชคอยู่ที่ด้านหน้าหรือด้านหลังร้านของพวกเขาเสมอ โดยหวังว่า มาเนกิ เนะโกะ จะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านมากมาย ตั้งแต่นั้นแมวตัวนี้ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำหน้าที่นำโชคลาภเพื่อเสริมสร้างกิจการให้รุ่งเรือง เพราะอะไร มาเนกิ เนะโกะ จึงเป็นที่นิยมมากถึงขนาดนี้ เหตุผลอยู่ที่ความน่ารักของมันนั่นเองทั้งชายและหญิง ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุต่างก็ตกหลุมรักใบหน้ากลมๆ ดวงตาโตๆ ของมันตั้งแต่แรกเห็น นี่เองที่อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม มาเนกิ เนะโกะ จึงปรากฏอยู่ในโฆษณาบริษัทมากมาย

ลักษณะของ มาเนกิ เนะโกะ

อุ้งเท้าของมาเนกิ เนะโกะ

มาเนกิ เนะโกะ นั้นมี 2 แบบ แบบหนึ่งคือยกอุ้งเท้าซ้าย อีกแบบหนึ่งยกอุ้งเท้าขวา ตำนานระบุว่าแบบที่ยกอุ้งเท้าซ้ายจะเชื้อเชิญลูกค้าหรือผู้คนให้เข้ามายังร้านของคุณ ในขณะที่แบบที่ยกอุ้งเท้าขวาจะดึงดูดเงินทองเข้ามา ต้นกำเนิดของตำนานนี้ไม่แน่ชัด จากการค้นคว้าโดยสโมสร มาเนกิ เนะโกะ พบว่าประมาณ 60% ของ มาเนกิ เนะโกะ จะยกอุ้งเท้าซ้ายขึ้น มาเนกิ เนะโกะ ส่วนใหญ่ที่ทำขึ้นในช่วงแรกๆ ดูเหมือนจะยกอุ้งเท้าซ้ายขึ้น อุ้งเท้าซ้ายที่ยกขึ้น ซึ่งเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้าร้านนี้ อาจเป็นท่าทางที่เป็นแบบฉบับของ มาเนกิ เนะโกะ ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความปรารถนาด้านเงินทองของญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน เห็นได้จากจำนวนของ มาเนกิ เนะโกะ ที่ยกอุ้งเท้าขวาที่เพิ่มมากขึ้น

ความสูงของอุ้งเท้ายังสื่อความหมายอีกด้วย ระดับของความสูงจะอยู่ตั้งแต่ที่ระดับปากไปจนถึงปลายหู ตามตำนานบอกว่า ยิ่งอุ้งเท้ายกสูงเท่าไหร่ มาเนกิ เนะโกะ ก็จะยิ่งกวักเชิญลูกค้าได้ไกลยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็คือสามารถเรียกลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ช่างเป็นแมวที่น่าหลงใหลอะไรอย่างนี้!

สีของมาเนกิ เนะโกะ (ต้นฉบับ 3 สี)

มาเนกิ เนะโกะ มาในหลากหลายสีสัน สีที่นิยมมากที่สุดคือแบบ 3 สี แมว 3 สีเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าเป็นเครื่องรางนำโชค กะลาสีเรือทั่วโลกจะยกให้แมว 3 สี ตัวผู้เป็นแมวนำโชคของพวกเขา จากการศึกษาด้านกลไกทางพันธุกรรม พบว่ายีน 3 สีในแมวตัวผู้นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ข้อเท็จจริงเรื่องความหายากของแมว 3 สีตัวผู้เป็นสิ่งที่รู้กันดีในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ มาเนกิ เนะโกะ มากมายถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นแมว 3 สี

นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นหลายคนจะไม่ยอมเปิดร้านอาหาร ห้าง บาร์ หรือร้านค้า โดยไม่มีแมวกวักเด็ดขาด แมวสามารถมีรูปแบบได้หลากหลาย ตราบใดที่มันยกอุ้งเท้าหน้าอย่างน้อยข้างหนึ่งขึ้นมา แมวกำลังกวักมือมาที่เรา ขอให้เราเข้ามาที่ร้านหรือไม่ก็เป็นการขอให้โชคลาภเข้ามาสู่สถานประกอบการ

ผู้ตีความหมายในปัจจุบันเชื่อว่า มาเนกิ เนะโกะ ควรจะถือเหรียญเงินหรือมีเหรียญห้อยลงมาจากผ้าผูกคอเพื่อเป็นการสื่อถึงความมั่งคั่ง ต้นกำเนิดที่ธรรมดากว่านั้นอาจผูกติดกับความเชื่อทางเกษตรกรรม ที่ว่าแมวช่วยกำจัดสัตว์ที่ทำลายพืชผล ด้วยเหตุนี้จึงเท่ากับช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ครอบครัว มาเนกิ เนะโกะ นั้นมีหลากหลายรูปแบบ และคุณอาจหาแบบที่ยกอุ้งเท้าซ้ายหรืออุ้งเท้าขวาก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการให้ยอดขายหมุนเวียนมากขึ้น หรือต้องการกำไรมากขึ้น

คุณอาจต้องการแมวกวักสำหรับออฟฟิศ หรือร้านของคุณ เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามายังสถานที่ประกอบกิจการของคุณ หรือสำหรับเอาไว้ในบ้านเพื่อดึงดูดโชคลาภเข้ามาให้ก็ย่อมได้ การวาง มาเนกิ เนะโกะ ไว้ใกล้ๆ ประตูหน้าร้าน เชื่อว่าจะดึงดูดผู้อุปถัมภ์รายใหม่ๆ เข้ามาให้ สำหรับที่บ้าน คุณสามารถวาง มาเนกิ เนะโกะ ไว้ที่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการเพื่อดึงดูดโชคลาภ

การยกแขน

ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า แมวกวัก มาเนกิ เนโกะ นั้น มีลักษณะท่าทางในการยกแขนอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยมีความหมายดังนี้
1. ยกแขนขวา หมายถึง เป็นการกวักเรียกเงิน เรียกทอง และโชคลาภ
2. ยกแขนซ้าย หมายถึง เป็นการกวักเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ขายดิบขายดี
3. ยกแขนทั้งสองข้าง หมายถึง การกวักเรียกทั้งเงินทอง โชคลาภ และเรียกลูกค้าให้เข้าร้านไปพร้อม ๆ กัน


เครื่องประดับ

1. ปลอกคอ ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง มีกระดิ่งห้อยอยู่ โดยเชื่อว่าถ้าห้อยกระดิ่งไว้แมวจะไม่หนีไปไหน โชคลาภก็จะไม่หายไปด้วย
2. ผ้าพันคอ ไว้ช่วยปัดเป่าโรคภัย โดยเชื่อว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก พระโพธิสัตว์จิโซ โบซัสสุ พระโพธิสัตว์ผู้พิทักษ์เด็ก ที่เป็นเคารพนับถือของชาวญี่ปุ่น ซึ่งตามความเชื่อว่าพระโพธิสัตว์จิโซ จะช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และชาวบ้านจะนำผ้าพันคอไปพันไว้ที่รูปปั้นหินของท่านเป็นการตอบแทน
3. เหรียญทอง มาเนกิ เนโกะ ส่วนใหญ่จะถือเหรียญทองสมัยเอโดะไว้ในมือ เพื่อเรียกเงิน เรียกทอง และความโชคดี บางครั้งอาจเปลี่ยนจากเหรียญทองเป็นแบงค์ แต่ให้ความหมายเดียวกัน

 

manekineko colours

 ความหมายของสี

1. แบบ 3 สี เป็นที่นิยมมากที่สุด โดยแมวกวักจะมีลำตัวเป็นสีขาว มีลายจุดสีดำ พื้นส้ม ตามแบบฉบับของแมวหางกุดสายพันธุ์โบราณที่หายากในญี่ปุ่น (Japanese Bobtail Cat) โดยเชื่อว่าสีสัน และลวดลายดังกล่าว เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีที่หาได้ยาก
2. สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ป้องกันไสยศาสตร์ ภัยมืด
3. สีดำ หมายถึง สีแห่งสุขภาพดี คอยปัดเป่าความชั่วร้าย ผู้หญิงญี่ปุ่นมักนิยมสีนี้ เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยขับไล่ผู้ไม่หวังดี และเหล่ามิจฉาชีพ
4. สีแดง หมายถึง ความคุ้มครอง ที่สามารถไล่ภูติผีวิญญาณได้
5. สีทอง หมายถึง การเรียกเงินเรียกทอง มั่งคั่ง ร่ำรวย
6. สีเงิน หมายถึง สุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือ คนเจ็บป่วย
7. สีเหลือง หมายถึง การช่วยให้คู่รักรักกันได้ยืนยาวตลอดไป ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง
8. สีชมพู เป็นสีที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก แต่เพิ่งได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยหมายถึง การให้โชคด้านความรัก เนื้อคู่
9. สีม่วง หมายถึง พลังแห่งศิลปะ
10. สีเขียว หมายถึง ให้พลังความสำเร็จในเรื่องการศึกษา
รู้ถึงความหมายของแมวกวักหน้าตาน่า รัก เครื่องหมายแห่งโชคลาภของญี่ปุ่นกันอย่างนี้แล้ว เพื่อน ๆ สนใจจะมีเจ้า มาเนกิ เนโกะ เอาไว้ที่บ้านสักตัวหรือยัง สำหรับ ใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ก็ลองแวะไปที่ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji) ย่านอาซากุสะ (Asakusa) แล้วเลือกตัวที่ถูกใจกลับมาได้เลย เพราะย่านนั้นขึ้นชื่อเรื่องเจ้ารูปปั้นแมวกวัก มาเนกิ เนโกะ ที่สุด

แหล่งข้อมูล

1. เว็บกระปุก
2.เว็บวิกิพีเดีย
3.เว็บพลังธรรม