บทที่ 9 กริยารูปพจนานุกรม (ふつう,dict. form)

ในบทก่อนหน้าที่เราคุยกันถึงเรื่องคำกริยา จะเห็นว่ามันจะลงท้ายด้วย ます。
นั่นคือรูปที่เป็นภาษาสุภาพ (เวลาแปลก็ประมาณว่ามีคำว่า ครับ ค่ะ)

แต่ในบทนี้เราจะพูดถึงคำกริยาที่อยู่ในรูปธรรมดา หรือในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า 普通形ーふつうけい
สำหรับคำกริยาที่เป็นรูปสุภาพปัจจุบัน หรือที่ลงท้ายด้วย ます  เมื่อเปลี่ยนเป็น ふつうけい จะเรียกคำกริยานั้นว่าอยู่ในรูปพจนานุกรม (じしょけい,dict. form)

สาเหตุง่ายๆว่าทำไมมันถึงเรียกว่า รูปพจนานุกรม ก็เพราะว่าคำศัพท์ในพจนานุกรม คำไหนที่เป็นคำกริยามันจะอยู่ในรูปนี้ ไม่ใช่รูป ます แบบที่เราเรียนไปก่อนหน้านี้

ผมจะยกตัวอย่างคำกริยาให้ดูก่อนส่วนหนึ่ง

いう (iu) – say, tell พูดหรือบอก
いく (iku) – go ไป
およぐ (oyogu) – swim ว่ายน้ำ
なおす (naosu) – fix, repair ซ่อมแซม แก้ไข
まつ (matsu) – wait คอย
しぬ (shinu) – die ตาย
あそぶ (asobu) – play เล่น
のむ (nomu) – drink ดื่ม
わかる (wakaru) – understand เข้าใจ
ねむる (nemuru) – sleep นอน
まもる (mamoru) – protect ปกป้อง

ถ้าสมมุติว่าเราเคยจำ คำว่า いきます ที่แปลว่าไป เวลาจะแปลงกลับมาเป็น dict.form ทำได้ดังนี้
1.) ตัด ます จะเหลือ いき 
2.) เปลี่ยนเสียงตัวสุดท้ายจากเสียง อิ เป็น อุ

いきます > いき > いく

มาลองดูตัวอย่างตัวอื่นบ้าง จากคำกริยาด้านบน

いいます > いい > いう

おおよきます > おおよき > おおよく

なおします > なおし > なおす

ตัวอื่นก็ลองฝึกทำดูนะครับ แต่ต่อไปเวลาจำคำกริยาให้จำเป็นรูป dict.form อย่างเดียวเลยครับ
หลังๆ คุณก็จะชินเอง เมื่อก่อนผมก็งี้แหละ ทำไมมันงงๆยุ่งยาก หลังๆก็ automatic ครับ

กริยาในภาษาญี่ปุ่นแบ่งคร่าวๆเป็น 3 กลุ่ม ตัวอย่างที่ผมยกมาจะอยู่ในกลุ่มที่ 1 ทั้งหมด
แต่ยังมีคำกริยาอีก 2 กลุ่มที่ผมยังไม่ได้พูดถึงขอยกยอดไปบทถัดๆไปละกัน
สำหรับกลุ่ม 2 ,3 วิธีแปลงเป็น dict form ก็จะไม่ใช่วิธีนี้ด้วย
และในบทหน้าก็จะอธิบายด้วยว่า แล้วเราจะดูยังไงว่ากริยาตัวไหน เป็น กลุ่มไหน