บทที่ 16 การแสดงความปรารถนา


โครงสร้างประโยคเบื้องต้นสำหรับแสดงความต้องการ โดยอาศัยคำนาม มีรูปแบบดังนี้

(私は) Noun が ほしいです
(watashi wa) Noun ga hoshii desu

การใช้ ほしい เป็นการแสดงความต้องการของบุรุษที่ 1 เท่านั้น (หรือผู้พูดนั่นเอง) ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจกันว่าไม่ต้องพูด 私は ก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม,ถึงแม้จะพูด 私は ลงไปด้วยก็ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด ,เพื่อจะเน้นย้ำอีกครั้งว่าผู้พูดคือผู้ต้องการสิ่งนั้น
แต่ถ้าคนญี่ปุ่นไม่พูด 私は เราก็ควรจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงตัวเขาเองนะครับ

กรณีที่ใช้ผิดก็คือการใช้ ほしいです。 กับบุรุษที่ 3 (กล่าวถึงผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในที่นั้น ไม่ใช่ผู้พูด และ ไม่ใช่ผู้ฟัง)

ตัวอย่างที่ผิด

田中さんは犬 が ほしいです。 X ผิด
tanaka san wa inu ga hoshii desu X ผิด
Meaning: คุณทานากะต้องการสุนัข . X ผิด

 
แบบนี้เป็นประโยคที่ผิด เพราะมันเนื่องจากมันเป็นความต้องการของคุณทานากะ ไม่ใช่ของคุณ ห้ามมาใช้ ほしい
แต่ถ้าคุณไปถามใครสักคน (บุรุษที่ 2 ผู้ที่ถูกถาม) ก็สามารถใช้ประโยคประมาณนี้ได้

あなたは何 が ほしいですか。
anata wa nani ga hoshii desu ka
Meaning: คุณต้องการ(อยากได้)อะไร?

 
ให้สังเกตุคำช่วยในประโยคที่ใช้ ほしい เราจะใช้คำช่วย が เพื่อแสดงคำนามที่เราต้องการ ตรงนี้คือกฏที่ต้องจำ

สำหรับคำนามที่วางได้นั้น สามารถเป็นไปได้ตั้งแต่ สิ่งของ คน เวลา

เรามาลองดูตัวอย่างกัน โครงสร้างประโยคที่ใช้คำนามในแต่ละรูปแบบกัน

a) สิ่งของ (Thing)
 
今日は暑いです。私は冷たいジュース が ほしいです。
kyou wa totemo atusi desu. watashi wa tsumetai ju-su ga hoshii desu
Meaning: วันนี้ร้อนจัง ฉันอยากได้น้ำผลไม้เย็นๆ.
 
今日は雨が降っています。傘 が ほしいです。
kyou wa ame ga futte imasu. kasa ga hoshii desu
Meaning: วันนี้ฝนตก ฉันอยากได้ร่ม.
 
b) People
 
私は恋人 が ほしいです。
watashi wa koibito ga hoshii desu
Meaning: ฉันอยากมีแฟน.
 
私は日本人の友達 が ほしいです。
watashi wa nihonjin no tomodachi ga hoshii desu
Meaning: ฉันอยากมีเพื่อนชาวญี่ปุ่น.
 
c) Time
 
私はとても忙しいから、時間 が ほしいです。
watashi wa totemo isogashii kara, jikan ga hoshii desu
Meaning: ฉันเพราะว่ายุ่งมาก อยากได้เวลาจัง.

 
ในทางตรงกันข้าม เมื่อมีสิ่งที่อยากได้ก็ต้องมีสิ่งที่ไม่อยากได้ ไม่ต้องการ
เรามาดูรูปแบบปฎิเสธและอดีต ของ ほしい (hoshii) กัน
 
เนื่องจาก ほしい (hoshii) เป็น i-adj ดังนั้นการเปลี่ยนเป็นรูปปฏิเสธและรูปอดีตก็จะใช้วิธีเดียวกันกับ i-adjthe
ดังนั้นจะเปลี่ยนตามนี้
 

บอกเล่า-ปัจจุบัน: ほしいです
ปฎิเสธ-ปัจจุบัน: ほしくないです
บอกเล่า-อดีต: ほしかったです
ปฎิเสธ-อดีต: ほしくなかったです

 
ลองดูตัวอย่างหลายๆแบบเพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้นครับ
 

子供の時人形 が ほしかったですが、今はほしくないです。
kodomo no toki ningyou ga hoshikatta desu ga, ima wa hoshikunai desu
Meaning: ฉันต้องการตุ๊กตาเมื่อฉันยังเด็กแต่ต้องนี้ฉันไม่ต้องการอีกต่อไป
 
五年前にカメラ が ほしくなかったですが、今はほしいです。
gonen mae ni kamera ga hoshikunakatta desu ga, ima wa hoshii desu
Meaning: เมื่อ 5 ปีก่อน (ฉัน)ไม่ได้อยากได้กล้องเลยแต่ ตอนนี้อยากได้ละ

 
ให้จำไว้นะครับว่าการแสดงความปรารถนาโดยใช้ ほしい (hoshii) ใช้เฉพาะสิ่งของ-วัตถุ แต่คุณไม่สามารถจะใช้กับความต้องการที่จะทำ(กริยา)บางสิ่งบางอย่าง **นักเรียนชอบผิดตรงนี้บ่อยๆ
 
ตัวอย่างที่ใช้ผิดๆ
 

私は寝ます が ほしいです。 X ผิด
watashi wa nemasu ga hoshii desu X ผิด
Meaning: ฉันต้องการนอน . X ผิด
Note: ประโยคแบบนี้ผิด เนื่องจาก 寝ます เป็นคำกริยา

 
Note: ถ้าจะใช้คำกริยากับ ほしい (hoshii), ทำได้โดยเปลี่ยนคำกริยาให้อยู่ในรูป て-form (te-form) แต่ว่าความหมายของกริยา (て-form) ほしい ก็จะมีความหมายที่แตกต่างกับสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งการใช้ -て ほしい จะไปพูดในบทถัดๆไปหลังจากนี้. ตอนนี้แค่จำไว้ว่าเราไม่สามารถใช้คำกริยาต่อด้วย ほしい ตรงๆได้ แต่จะทำได้ต่อเมื่อใช้รูป て-form (te-form).
 
ในภาษาญี่ปุ่นถ้าเราต้องการจะทำบางสิ่ง บางอย่าง จะต้องใช้โครงสร้างในรูป たい ดังนี้

stem of masu-form หมายถึง กริยารูป ます ตัด ます เติม たい
 
Verb {stem of masu-form} たいです
Verb {stem of masu-form} tai desu

วิธีเปลี่ยนคำกริยา
ลองดูตัวอย่างการผันคำกริยา รูป たい

ลำดับ รูปพจนานุกรม รูป ます รูป たい ความหมาย
1. 買う 買います 買いたい อยากซื้อ
2. 待つ 待ちます 待ちたい อยากคอย
3. 乗る 乗ります 乗りたい อยากขึ้น(ยานพาหนะ)
4. 飲む 飲みます 飲みたい อยากดื่ม
5. 死ぬ 死にます 死にたい อยากตาย
6. 遊ぶ 遊びます 遊びたい อยากเล่น
7. 行く 行きます 行きたい อยากไป
8. 泳ぐ 泳ぎます 泳ぎたい อยากว่ายน้ำ
9. 話す 話します 話したい อยากคุย
10. 見る 見ます 見たい อยากดู
11. する します したい อยากทำ
12. くる きます きたい อยากมา

 

たい-form (tai-form) ก็จะเหมือนๆกับ ほしい (hoshii) คือใช้สำหรับผู้พูด(บุรุษที่ 1) เท่านั้น ดังนั้นการใช้ในรูปแบบที่ว่า ใครสักคนอยากทำอะไร โดยใช้รูป กริยารูป たい จึงผิด
แต่ถ้าเป็นการใช้เพื่อถามฝ่ายตรงข้ามว่าอยากทำหรือไม่ สามารถใช้ได้

สำหรับประโยคที่ใช้รูป  たい (tai) เราจะยังคงใช้คำช่วยเหมือนปรกติ แต่บางครั้งก็อาจจะใช้คำช่วย を (wo) หรือคำช่วย  が (ga) แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้คำช่วย  が (ga)  ลองมาดูตัวอย่างประโยคแสดงความต้องการโดยใช้ たいกัน

ジュース を/が 飲みたいです。
ju-su wo/ga nomitai desu
Meaning: (ฉัน) อยากดื่มน้ำผลไม้
 
本屋 へ 行きたいです。
honya e ikitai desu
Meaning: (ฉัน) อยากไปร้านหนังสือ
 
電車 に 乗りたいです。
densha ni noriitai desu
Meaning: (ฉัน) อยากขึ้นรถไฟ
 
日本語の新聞 を/が 読みたいです。
nihongo no shinbun wo/ga yomitai desu
Meaning: (ฉัน)อยากอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาญี่ปุ่น

 
รูปปฎิเสธและรูปอดีตของกริยารูป たい
 
ก็จะเหมือนๆกับการใช้  ほしい (hoshii), กริยารูป たいก็จัดเป็น i-adjective เช่นกัน ดังนั้นก็จะใช้กฎเกณฑ์เดียวกันในการเปลี่ยนรูปเป็นรูปปฎิเสธและรูปอดีต มาดูตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจกัน

บอกเล่า-ปัจจุบัน: ~たいです
ปฎิเสธ-ปัจจุบัน: ~たくないです
บอกเล่า-อดีต: ~たかったです
ปฎิเสธ-อดีต: ~たくなかったです

 
ลองดูตัวอย่างการแสดงถึงความปรารถนาหรือความต้องการในรูปแบบนอกเหนือไปจากการใช้ ほしいกัน

今朝はビール が 飲みたくなかったですが、今は飲みたいです。
kesa wa bi-ru ga nomitakunakatta desu ga, ima wa nomitai desu
Meaning: ตอนเช้า(ฉัน)ไม่ได้ดื่มเบียร์เลย แต่ตอนนี้อยากดื่มละ
 
子供の時は公園 で 遊びたかったですが、今は遊びたくないです。
kodomo no toki wa kouen de asobitakatta desu ga, ima wa asobitakunai desu
Meaning: ตอนเด็กๆ(ฉัน)อยากเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ตอนนี้ไม่อยากละ

 
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สำหรับการแสดงความต้องการ (ของผู้พูด)  เพื่อนๆก็ลองฝึกใช้บ่อยๆครับ

One thought on “บทที่ 16 การแสดงความปรารถนา

  1. มีประโยชน์มากคะ
    อ่านเองก็เลยไม่ทันสังเกตุข้อยกเว้น
    ขอบคุณคะ

Comments are closed.