บทที่ 14 การใช้คำคุณศัพท์

ในบทที่ 8 ผมกล่าวเกี่ยวกับ คำคุณศัพท์ 「けいようし」 แต่ยังไม่ได้ลองนำมาแต่งประโยคให้ดู ในบทที่ 14 เราจะแสดงรูปแบบประโยคที่ใช้คำคุณศัพท์

เมื่อเราต้องการใช้ คำคุณศัพท์ เป็น ภาคแสดง (predicate)
สำหรับคำคุณศัพท์ของภาษาญี่ปุ่นถูกใช้เป็นภาคแสดง ด้วยรูปแบบประโยคที่ง่ายที่สุดดังนี้

รูปแบบที่ใช้ いーけいようし เป็นภาคแสดง

Noun は い-adj です
Noun wa i-adj desu
Meaning: Noun is i-adjective

ตัวอย่างเช่น

あの人は 明るいですね。
あのひとは あかるいですね。
คนนั้นหนะ สดใสนะ

この道は 暗いですよ。
このみちは くらいですよ。
ถนนสายนี้ มืดจัง

รูปแบบที่ใช้ なーけいようし เป็นภาคแสดง

Noun は な-adj です
Noun wa na-adj desu
Meaning: Noun is na-adjective

Note : การใช้ ですจบประโยคเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้พูด พูดอย่างสุภาพแก่ผู้ฟัง
Note that です at the end of the sentence shows that the speaker is polite to the listener. So let us use some examples to express the above sentence format:

田中さんは優しいです。
たなかさんはやさしいです。
tanaka san wa yasashii desu
Meaning: คุณทานากะใจดี.

数学は簡単です。
すうがくはかんたんです。
suugaku wa kantan desu
Meaning: คณิตศาสตร์ง่าย.

รูปแบบปฏิเสธของ Japanese adjectives

ในบทที่ 8 เราแสดงให้เห็นการเปลี่ยน i-adj ให้กลายเป็นรูปปฎิเสธแล้ว โดยการตัด “い” ที่ท้ายคำ adj แล้วเติม “くない”

い-adj(~)です → い-adj(~くない)です

นอกจากนี้ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่จะแสดงรูปปฎิเสธของ i-adj ได้  โดยการตัด “い” ที่ท้ายคำ adj แล้วเติม “くありません”

い-adj(~)です → い-adj(~くありません)

โดยการใช้ “~くありません” เป็นรูปแบบที่สุภาพ จริงๆแล้วการใส่ “です” ก็ไม่จำเป็นแต่ถ้าใส่ที่ท้ายประโยคก็จะสุภาพ ลองดูตัวอย่างของ い-adjective :

    • たなかさんはやさしくないです。(tanaka san wa yasashi kunai desu)
      หรือ
    • たなかさんはやさしくありません。 (tanaka san wa yasashi kuarimasen)

Meaning

      : คุณทานากะไม่ได้ใจดี.

เมื่อใช้เป็นส่วนขยายของคำนาม (modifier)

นอกจากจะใช้ adj เป็นภาคแสดงแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนขยายของคำนามในประโยคได้ด้วย โดยเมื่อต้องการจะขยายคำนามตัวไหน ก็ให้เอา adj วางไว้หน้าคำนามนั้นเลย แต่ถ้าเป็น na-adj ให้ใส่ “な” ต่อท้าย adj หรือ หน้าคำนาม ด้วย:

รูปแบบการใช้ adj ขยายคำนามในประโยค ดังนี้
Topic は い-adjectives Noun です
Topic wa i-adjective Noun desu
Meaning: Topic is an i-adjective Noun

Topic は な-adjectives な Noun です
Topic wa na-adjective na Noun desu
Meaning: Topic is a na-adjective Noun

ตัวอย่างประโยค:

  • たなかさんはやさしいひとです。
    tanaka san wa yasashii hito desu
    Meaning: คุณทานากะเป็นคนใจดี. (ใจดี ไปขยายคำว่า คน)
  • すうがくはかんたんかもくです。
    suugaku wa kantan na kamoku desu
    Meaning: คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ง่าย.

ผู้เริ่มต้นเรียนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะลืมใส่ “な” เมื่อต้องการจะใช้ na-adj ขยายคำนามในประโยค ฉะนั้นต้องฝึกใช้บ่อยๆจนขึ้นใจ.

สรุปว่า เราสามารถที่จะสร้างประโยคด้วย  Japanese adjectives ได้หลายวิธี (ในความหมายเหมือนกัน):

  • このえんぴつはながいです。
    kono enpitsu wa nagai desu
    Meaning: ดินสอนี้ยาว.
    OR
  • これはながいえんぴつです。
    kore wa nagai enpitsu desu
    Meaning: นี่คือดินสอยาว.
  • このまちはしずかです。
    kono machi wa shizuka desu
    Meaning: เมืองนี้เงียบสงบ.
    OR
  • これはしずかまちです。
    kore wa shizuka na machi desu
    Meaning: นี่คือเมืองเงียบสงบ.

な-adjectives ที่ลงท้ายด้วย “い”

ผมอยากให้ระวังไว้อย่างหนึ่งว่า na-adj เป็นไปได้ว่าจะลงท้ายด้วย い และก็มักจะทำให้เราสับสนคิดว่ามันจัดอยู่ในกลุ่มของ i-adj ซึ่งเราก็จะไปผันรูปปฎิเสธแบบ i-adj ไปซึ่งมันก็จะผิด ดังนั้นสำหรับ na-adj ที่ลงท้ายด้วย い ก็ให้จำและพยายามใช้มันบ่อยๆให้ขึ้นใจ จะได้ใช้มันได้อย่างถูกต้อง ใช้มันให้เป็นธรรมชาติ.

สำหรับเวลานี้ เราควรจดจำอย่างน้อย  3  ตัวของ  な-adjectives ที่ลงท้ายด้วย “い”:

  1. きれい (kirei) – สวย หรือ สะอาด
  2. ゆうめい (yuumei) – มีชื่อเสียง
  3. きらい (kirai) – เกลียด (ไม่ชอบ)

ดังนั้นเมื่อเราใช้เพื่อเป็นส่วนขยายคำนามก็อย่าลืมใส่  “な” หน้าคำนาม:

  1. きれいひと (kirei na hito) – คนสวย
  2. ゆうめいばしょ (yuumei na basho) – สถานที่มีชื่อเสียง
  3. きらいたべもの (kirai na tabemono) – อาหารที่เกลียด

และถ้าเป็นปฎิเสธก็อย่าลืมใช้รูปปฎิเสธของ  な-adjectives:

  1. きれいではありません (kirei dewa arimasen) – ไม่สวย
  2. ゆうめいではありません (yuumei dewa arimasen) – ไม่มีชื่อเสียง
  3. きらいではありません (kirai dewa arimasen) – ไม่ได้เกลียด

คำยกเว้นของ  い-adjectives

สำหรับคำว่า いい (ii) ที่แปลว่าดี  รูปปฎิเสธต้องเปลี่ยนจาก いい เป็น よい แล้วค่อยเริ่มผันเป็น くない (yokunai), ไม่ใช่เป็น  くない.

ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละว่า ภาษาญี่ปุ่นหนะมีข้อยกเว้นมากมายจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่แค่ภาษาญี่ปุ่นหรอก ข้อยกเว้นมันก็มีทุกภาษานั่นแหละ สิ่งสำคัญก็คือคุณก็ใช้มันบ่อยๆ ถ้าคุณตั้งใจจริง สุดท้ายคุณก็จะได้ดีเอง.